วันเสาร์ที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2554

ภาวะครรภ์เป็นพิษ



ภาวะครรภ์เป็นพิษ รู้ทัน... ตั้งครรภ์ปลอดภัย
ภาวะครรภ์เป็นพิษ คือ อะไร
ภาวะครรภ์เป็นพิษ เป็นภาวะแทรกซ้อนของการตั้งครรภ์ที่มีอันตราย พบได้ตั้งแต่ร้อยละ 5-10 ของผู้หญิงตั้งครรภ์ มักเกิดในอายุครรภ์มากกว่า 20 สัปดาห์ ยิ่งเกิดเร็วก็ยิ่งรุนแรงและมีความเสี่ยงสูง


ประเภทของภาวะครรภ์เป็นพิษ
1. ชนิดไม่รุนแรง (Mild, Moderate Preeclampsia) พบได้ร้อยละ 75 ของผู้ป่วยครรภ์เป็นพิษ อาจไม่มีอาการผิดปกติอื่นๆ
2. ชนิดรุนแรง (Servere Preeclampsia) พบได้ร้อยละ 25 (ประมาณร้อยละ 1 ของการตั้งครรภ์) หากเป็นภาวะครรภ์เป็นพิษชนิดนี้ จะมีอาการใดอาการหนึ่ง หรือ หลายอาการดังต่อไปนี้
  • ความดันโลหิตสูงอย่างรุนแรง
  • มีไข่ขาวออกมาในน้ำปัสสาวะมากกว่า 2 กรัมใน 2 ชั่วโมง
  • ปวดหัวและหรือตามัว
  • แน่นท้องและหรือเจ็บชายซี่โครงขวา
  • ปอดบวมน้ำ (Pulmpnary Edem)
  • การทำงานของตับหรือไตผิดปกติ
  • เกล็ดเลือดต่ำ
  • ปัสสาวะน้อยกว่า 500 ซีซีต่อวัน
  • ทารกในครรภ์ไม่เจริญเติบโตหรือเจริญเติบโตช้า (IUGR) หรือน้ำคร่ำของเด็กมีน้อย
ภาวะครรภ์เป็นพิษชนิดรุนแรงนี้มีภาวะแทรกซ้อนรุนแรงมาก อาจทำให้มารดาและบุตรเสียชีวิต ด้วยอาการ
  • ชัก (Eclampsia) ตามมาด้วยคนตั้งครรภ์โคม่า หรือ ภาวะแทนซ้อนรุนแรงอื่นๆ
  • รกลอกตัวก่อนกำหนด (Apruptio Placenta) หากอาการรุนแรงจะทำให้ทารกตายในครรภ์
  • กลุ่มอาการ HELLP เลือดไม่แข็งตัวเกล็ดเลือดต่ำและการทำงานของตับในผู้หญิงตั้งครรภ์ผิดปกติ
  • เลือดออกในสมองคุณแม่
  • เลือดออกใต้ผิวของคุณแม่ (Subcapsular Hemorrhage) หรือตับแตก
สาเหตุและปัจจัยเสี่ยง
ไม่มีผู้ใดทราบแน่ชัดถึงสาเหตุที่แท้จริงของครรภ์เป็นพิษ มีหลายทฤษฎี ที่อธิบายถึงภาวะนี้ ทฤษฎีที่น่าเชื่อถือท่สุดคือทฤษฎีที่ว่าครรภ์เป็นพิษเกิดจากภูมิคุ้นกันผิดปกติ(Immune Reaction) ซึ่งเกี่ยวข้องกับการที่รกฝังตัวที่มดลูกตื้นเกินไป ทำให้เลือดไปเลี้ยงรกได้ไม่พอ จนรกขาดออกซิเจนเกิดปฏิกิริยาภูมิคุ้นกันที่ผิดปกติ จนกระทั่งนกปล่อยสารเคมีบางอย่างซึ่งมีผลต่อเลือดของคุณแม่ ทำให้เกิดความผิดปกติต่างๆ เช่น เส้นเลือดอักเสบ หดตัว เลือดแข็งตัวผิดปกติ เกล็ดเลือดต่ำ เส้นเลือดรั่ว ฯลฯ
ความผิดปกติดังกล่าวส่งผลให้เกิดของครรภ์เป็นพิษ 3 ประการได้ ความดันโลหิตสูง บวม(หลังเท้า หน้าแข้ง มือ ใบหน้า) และ มีโปรตีนออกมาจากปัสสาวะ

ปัจจัยเสี่ยสูงที่จะเกิดครรภ์เป็นพิษ
1. พันธุกรรม ว่าที่คุณแม่จะมีความเสี่ยงสูง
2. ประวัติการตั้งครรภ์ ได้แก่ การที่เมื่อท้องครั้งก่อนๆมีอาการครรภ์เป็นพิษ
3. อ้วน มีน้ำหนักตัวโดยรวม 30 กิโลกรัมต่อตารางเมตร
4. อายุ ตั้งครรภ์ในวัยรุ่น หรือในคุณแม่อายุมาก
5. โรกประจำตัว ที่เกี่ยวข้องกับความเสื่อมของเส้นเลือด เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคไต โรคเกล็ดเลือดต่ำ โรบตับ โรคปวดหัวไมเกรน เป็นต้น
6. ตั้งครรภ์ผิดปกติ ไม่ว่าจะเป็นทารกในครรภ์ผิดปกติ เช่น ทารกบวมน้ำจากโรงเลือดธาลัสซีเมีย (Hydrop Fetails)
7. สภาพแวดล้อม ที่เป็นพิษ เช่น ปนเปื้อนสารตะกั่ว
8. พฤติกรรมไม่พึงประสงค์ เช่น การสูบบุหรี่
9. ความเครียด ทำให้เกิดครรภ์เป็นพิศได้ เพราะ เมื่อว่าที่คุณแม่เครียดร่างกายจะปล่อยสาร catecholamine ออกมาทำให้เส้นเลือดหดตัว
10. การรับประทานอาหาร ภาวะการขาดอาหารนำไปสู่โรงครรภ์เป็นพิษ

สำหรับเรื่องอาหาร ขอแนะนำว่าที่คุณแม่ควรรับประทานอาหารให้หลากหลาย เพื่อให้ร่างกายไม่ขาดสารอาหารประเภทใด สำคัญคือ ควรเพิ่มโปรตีนจากนม ไม่ว่าเป็นนมวัวหรือนมถั่วเหลือง

แม่ท้องต้องรู้: อาการผิดปกติที่อาจะเป็นสัญญาณของอาการครรภ์เป็นพิษ
1. น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น
2. อาการบวมที่หลังเท้า
3. ปวดศรีษะ
4. ตั้งครรภ์เกิน 20 สัปดาห์แล้วลูกในท้องไม่ดิ้น
5. ชัก

วิธีการรักษาภาวะครรภ์เป็นพิษ
ภาวะครรภ์เป็นพิษมีวิธีรักษาวิธีเดียว คือ การยุติการตั้งครรภ์ โดยเฉพาะภาวะครรภ์เป็นพิษชนิดรุนแรง หากทำการรักษาแล้วจะตั้งครรภ์ได้กี่เดือนก็ควรเอาเด็กออก เพื่อช่วยชีวิตแม่
โอกาสรอดของทารกที่มารดาเป็นโรคครรภ์หากต่ำกว่า 26 สัปดาห์ โอกาสรอดน้อยจนแทบไม่มีเลยแต่หากลูกอายุครรภ์ 32 สัปดาห์ โอกาสที่เด็กจะรอดมีถึงร้อยละ 90

โรคครรภ์เป็นพิษนั้นตอกย้ำถึงสัจธรรมว่า ธรรมชาติเก่งกว่ามนุษย์ โรคนี้ไม่สามารถป้องกันได้แต่จะไม่เกิด หากไม่ตั้งครรภ์ สำหรับคุณแม่ที่มีอาการครรภ์เป็นพิษชนิดไม่รุนแรง หากตั้งครรภ์ใหม่จะมีโอกาสเกิดครรภ์เป็นพิษซ้ำได้ร้อยละ 5-7 แต่ถ้าหากเคยมีอาการครรภ์เป็นพิษชนิดรุนแรง มีโอกาสเกิดซ้ำได้ร้อยละ 60-80 ดังนั้นคุณแมจึงไม่ควรตั้งครรภ์อีก เนื่องจากความเสี่ยงสูง หากจะตั้งครรภ์ ต้ออยู่ในความดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น